Hotmail 的个人资料FlEa~My BoOk ShElF~照片日志列表更多 工具 帮助

FlEa~My BoOk ShElF~

5月5日

The Revenge of the Squid

The Revenge of the Squid

            เห้ย นั่นมันเด็กอุเทนนี่หว่า เล่นมันเลย ไอเหี้ย เมื่อวานแม่งมาตื้บเด็กโณงเรียนเรา เอามันคืนเลย ฆ่ามันเลย

            เสียงคนตะโกนที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้เขาต้องรีบหนีโดยทันที ไม่ใช่ว่าเขาจะกลัวการโดนรุมทำร้าย เพราะเขาก็ไม่ได้เป็นหนึ่งในเด็กโรงเรียนช่างพวกนั้น เขาแค่กลัวจะโดนลูกหลง ก็เท่านั้นเอง

            เขาวิ่งหลบออกมาจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าทุกคนก็คงทำเช่นนั้น แต่ก็มีหลายคนสนใจใคร่รู้ยืนดู ยืนมอง มีอีกสองสามคนคิดแจ้งตำรวจ แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่าไม่มีใครคิดช่วยเด็กที่โดนรุมทำร้ายอยู่ ใครที่จะอยากเข้าไปยุ่งกับการแก้แค้นของคนอื่นหละ

            เขาเดินออกมาจนพ้นบริเวณนั้น ในใจมิได้คิดย้อนกลับไปอีก เด็กจะตีกัน คนจะฆ่ากัน เขาไม่ได้สนใจห่ะอะไรอยู่แล้ว สติเขาได้หลุดลอยออกไปไกล จดจ่ออยู่กับภาพอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น ภาพฝันที่เขาเฝ้ารอ สาวงามที่เขาหมายตา ในที่สุดก็ยอมออกมานัดเดทกับเขา เขาเฝ้าฝันไปไกลถึงวันที่เขาจะได้จับมือเธอ ควงแขนเธอ เดินอวดให้หนุ่มๆอิจฉาเล่น เขาฝันว่าเขาจะกลายเป็นฮีโร่ในดวงใจเธอ ไม่มีใครที่จะมาแย่งเธอไปอีก ฝันหวาน ฝันจนลืมดูทาง ฝันจนเขาเดินชนเสาไฟฟ้าเข้าให้

            คนรอบข้างหัวเราะชอบใจกับการกระทำเปิ่นๆของเขา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียหน้า หัวเราะไปเถอะ รอกูไปหาคู่เดทมาเดินควงก่อนละกัน แล้วพวกมึงจะขำกันไม่ออก

            เขาเดินไปอย่างสบายใจ มิได้สนใจคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ต่อจากนี้ใครจะเป็นห่ะอะไรเขาก็ไม่สนแล้ว มุ่งหน้าเดินทางสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ใช่แล้ว ความฝันที่ใกล้จะเป็นจริง ความฝันของลูกผู้ชาย และทันใดนั้น เธอผู้เป็นดั่งความฝันก็ปรากฎตัวขึ้นมาในวิสัยของเขา เธองามงดสะกดจิตของเขาราวกับต้องมนต์ เธอส่งยิ้มเล็กๆมาทางเขา ริมฝีปากเธอแดงอมชมพู ใบหน้าขาวผุดผ่อง เธอสวยยากจะหาใครเทียบได้ก็แล้วกัน เธอส่งยิ้มมาให้เขา เขาดีใจ ยิ้มแก้มปริถึงติ่งหูอวดฟันเน่าๆทั้งหมดของเขาไปให้เธอ ใบหน้าดีใจจนดูน่าขันทำให้เธอยิ้มออกมามากขึ้น และก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาดีใจมากเข้าไปอีก

            รอนานมั้ยจ๊ะ

            ไม่นานหรอกจ๊ะคุณพี่ ใช่แล้วเขาเป็นรุ่นพี่เธอ เพียงแต่ความจริงแล้วเขาอายุน้อยกว่าเธอเสียอีก เธอแก่กว่าอยู่ 22 วัน ในทีแรก เขาคิดว่าอายุอาจจะเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่สำหรับเขาเลยก็ได้ แต่จนวันนี้ อายุก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้เขาแต่อย่างใด ไม่แน่ว่าตัวเลข 22 นี้อาจจะหมายถึง 2เรา 2คน ตลอดกาลก็ได้ เพราะไม่ว่าเมื่อใด อายุของเขาและเธอก็จะยังคงความต่างเท่าเดิม คือ 2เรา 2คน

            อยากดูหนังใช่มั้ย

            อื้อ แต่ไม่รู้จะดูเรื่องอะไรดีอ่ะ

            ไม่เป็นไร ไปเลือกจากบนบอร์ดเลย พี่ดูได้ทุกเรื่องแหละ

            อืม งั้นเอาเรื่องนี้แล้วกันนะค่ะ

            เอารอบไหนดีหละ มีสี่โมงครึ่ง กับห้าโมงครึ่ง

            รอบห้าโมงค่ะ จะได้ไปกินข้าวกันก่อน หิวแล้ว ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า

            เขาพาเธอไปซื้อตั๋วหนัง ระหว่างทาง ก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่พุ่งเข้ามาใส่ ใช่แล้ว ผู้ชายหลายคนอิจฉาซะตาร้อนเชียว ถ้าหากว่าลองตอกไข่ใส่หน้าผู้ชายเหล่านั้น คงได้ไข่ดาวกินเป็นแน่ เขารู้สึกได้ถึงชัยชนะครั้งแรกต่อผู้คนบนโลกนี้ แต่ก่อนเขาเป็นได้แค่ผู้แพ้ ดวงตาของเขาก็ร้อนไม่แพ้คนอื่นเช่นกัน วันนี้ เขาได้แก้แค้นให้ตัวเองแล้ว ชัยชนะต่อผู้ชายทุกคน เขามั่นใจได้ว่าไม่ได้คิดไปเอง ในเมื่อข้างกายเขามีนางฟ้าอยู่ทั้งคน ฝันใดๆ นางฟ้าก็คงจะเสกสรรค์ให้เป็นจริงได้ในทันใด

            เขาเดินอวดผู้คนอย่างภาคภูมิใจ และก็พาเธอไปยังร้านอาหารที่คิดว่าน่าจะบรรยากาศดีที่สุด สร้างบรรยากาศโรแมนติกให้วันนี้วิเศษที่สุดในชีวิต เขาเลือกร้าน และพาเธอไปนั่งในตำแหน่งริมหน้าต่างร้าน เหตุผลที่เลือกโต๊ะนี้ แน่นอน ก็เพราะเขาต้องการอวดนางฟ้าตรงหน้าให้ทุกคนเห็น

            นั่งดูรายการอาหารอยู่ซักพัก เขาก็สั่งสปาเก๊ตตี้เส้นดำ หลายคนอาจเคยกิน สปาเก๊ตตี้เส้นดำนั้นทำมาจากดีปลาหมึก หรือที่เรามักเห็นในการ์ตูน เวลาปลาหมึกพ่นน้ำสีดำออกมา นั่นแหละคือดีปลาหมึก มันใช้น้ำดีเหล่านั้นเพื่อป้องกันตัว ซ่อนตัวจากสัตว์ร้าย แต่มนุษย์ก็ไม่วายเอาอาวุธป้องกันตัวของมันมาทำอาหารสุดหรูเสียได้ ลองคิดดู เมื่ออาวุธชิ้นเดียวที่คุณมีอยู่ยังถูกกินได้อย่างสบายใจ แล้วตัวคุณหละจะเหลืออะไรอีก

            นั่งคิด อาหารของเขาก็มาเสิร์ฟ เขากินดีปลาหมึกที่อยู่ในเส้นสปาเก๊ตตี้พลางนึกถึงเรื่องเหล่านี้ เขากินอย่างสะใจ วินาทีนี้ เขาเหมือนอยู่เหนือจากทุกสรรพสิ่งบนโลก เป็นดั่งพระเจ้าที่สามารถจัดการกับทุกสรรพสิ่งได้ จะบีบก็ตาย จะคลายก็ตาย ถ้าหากว่าเขาประสงค์จะให้มันตาย เขาหัวเราะ(ในใจ)อย่างบ้าคลั่ง เส้นสปาเก๊ตตี้แตกแหลกละเอียด ถูกบดขยี้จนเละไม่เหลือเค้าโครงเดิม เป็นเพียงก้อนแป้งอยู่ภายในปาก เขากลั้วมันจนทั่ว สัมผัสถึงรสชาติ รสชาติของความแค้น

            เขาเสพอาหารจนแทบลืมนางฟ้าตรงหน้า แต่ก็ยัง ยังไม่ลืม เขาเอ่ยปากให้เธอลองชิมอาหารโอชาจานนี้ดู เธอติดใจในรสชาติของมัน แต่เขารู้ ว่ารสชาติที่เธอชอบนั้นหาใช่รสเดียวกับที่เขาได้รับไม่ เธอคงไม่ได้ดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของสปาเก๊ตตี้ในจานนี้เช่นเขา นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีก แม้กระทั่งนางฟ้าก็มิอาจคิดได้เช่นเขา มีเขาเป็นเพียงพระเจ้าคนเดียวเท่านั้น

            อาหารตรงหน้าหมดลง เขาควักเงินจ่าย มันเป็นหน้าที่ หน้าที่ของพระเจ้าเช่นเขาที่จักต้องเลี้ยงดูนางฟ้า เขาพาเธอเดินออกจากร้าน ขึ้นลิฟท์แก้ว ในนั้นมีเพียงเขาและเธอ สูดกลิ่นกายจากตัวเธอ รับสัมผัสถึงความงามอีกครา ต้องมนต์ นี่หรือมนตราของนางฟ้า แม้กระทั่งพระเจ้าก็มิอาจหักห้ามใจ ลิฟท์พุ่งขึ้นเร็วราวกับจะพาเขาทั้งสองขึ้นสู่สรวงสวรรค์ แต่จริงๆมันแค่นำพาเขาไปยังโรงหนังเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่ นี่อาจจะเป็นก้าวแรกที่จะนำพาเขาไปยังสวรรค์ก็ได้

            ลิฟท์มาถึงแล้ว ทั้งสองเดินออกมา สายตาผู้คนเริ่มจับจ้องมองอีกครั้ง เขาพาเธอออกเดินไปอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้เขารู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าของเธออย่างเต็มตัวแล้ว เขาไม่อยากให้มีผู้ใดชายตาแลมองเธออีก จะมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะได้เสพรสความงามนี้ เขาพาเธอไปยังโรงหนัง สู่ทั่น่ง เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว เขาก็ได้แต่นั่งจ้องเธอ จ้องมองเธอ หนังในจอตื่นเต้น แต่หนังนอกจอตื่นเต้นยิ่งกว่า อีกไม่นานความตื่นเต้นนี้จะต้องเป็นของเขา คนเดียวเท่านั้น เขาไม่แค้นสิ่งใดอีกแล้ว เขารู้สึกเหมือนได้ชำระความแค้นไปเสียสิ้น การจ้องมองเธอทำให้เขาเคลิ้ม เขาหลับตา จินตนาการภาพ ทั้งสองกำลังมีความสุขกัน ในสวน กลางทะเล ภูเขา ชิงช้า ม้าหมุน ห้องนอน งานแต่ง เรือนหอ ลูก ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ......

 

            เขารู้สึกปวดท้องอย่างหนัก เขารีบวิ่งไปยังห้องน้ำ ความปวดท้องยิ่งทวีความรุนแรง เขานั่งลงบนโถส้วม ปวดท้องข้างในราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังฟาดฟันลำไส้เขาอยู่ ความปวดคล้อยเลื่อนไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง เขาทุรนทุรายจนแทบร้องไห้ แล้วบางสิ่งบางอย่างก็ค่อยๆไหลออกจากรูทวาร มันลื่นเป็นเมือก แต่ก็ทำให้เขารู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่รูทวารยิ่งนัก เขาปล่อยมันออกมาจนหมด นั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความปวดหายไปแล้ว แต่ความแสบยังไม่หาย เขาสวมกางเกงและก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในโถ เขาพบแต่น้ำสีดำ ไม่เห็นอะไรเลยในนั้น แต่น้ำก็ยังไหลวนอยู่ในโถ แม้จะไม่เห็น แต่เขาก็คิดว่าต้องมีอะไรอยู่แน่ เขารีบเอื้อมมือไปกดชักโครกด้วยความกลัว แต่ไม่ทัน มันกระโจนขึ้นมาจากน้ำ และเกาะหน้าเขาไว้ หนวดไหลลื่นของมันชอนไชเข้ามาภายในปาก เปิดให้ปากเขาอ้าอย่างเต็มที่ แล้วมันก็จัดการพ่นน้ำสีดำเข้ามาในปาก พ่นจนเขาสำลัก หายใจไม่ออก

 

            เขาลืมตาสะดุ้งตื่นขึ้นมา มันเป็นความฝันแปลกประหลาดมากสำหรับเขา หนังในจอจบไปแล้ว เขาหันไปมองด้านข้าง นางฟ้ายังคงอยู่ เขากำลังจะเอ่ยปากชวนเธอลุกออกไป แต่ไม่ทัน เธอยืนขึ้น ควงแขนหนุ่มข้างๆออกไป พลางคุยหยอกล้อกัน เขารู้สึกสับสนไปหมด เขามากับเธอแน่ๆ เขาจำได้ดี หัวของเขาหมุน รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไหลเข้ามา เขารู้สึกแปลกมาก แล้วความทรงจำของเขาก็กลับมา เขาจำได้แล้ว วันนี้เขาเดินมาเจอะเธอ เขาตามเธอ ซื้อตั๋วหนังข้างๆเธอ เดินไปกินร้านเดียวกับเธอ สั่งอาหารจานเดียวกับเธอ แต่คนที่อยู่กับเธอไม่ใช่เขา แต่เป็นชายอีกคน

            เขาลุกออกจากที่นั่ง เดินออกไป เข้าห้องน้ำ แต่สิ่งที่เขาเห็นภาพนั้น ทำให้เขาตกใจ เขาเห็นตัวเองยืนอยู่ รูปร่างใบหน้านั้น เขาจำได้ดี มันเป็นของเขาแน่ๆ เขายืนนิ่งจ้องอยู่เนิ่นนาน แล้วเธอ นางฟ้าคนนั้นก็ออกมาจากห้องน้ำ เธอเดินมาควงแขนหนุ่มหน้าเหมือนเขาออกไป เขาตกใจ ใช่แล้ว เขาได้เธอมาครองแล้วแน่ๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้น เขาเดินไปเข้าห้องน้ำ ส่องกระจกตรงหน้า แล้วก็ต้องตกใจจนร้องลั่น

            หน้าของเขากลายเป็นปลาหมึกวะ!!!

 

 

4月17日

ความทรงจำ – ความรัก – ชีวิต

บทความนี้ขออุทิศให้กับทุกคนที่ใช้ชีวิตด้วยพลังแห่งความทรงจำและความรัก

 

                ความทรงจำ ความรัก ชีวิต สามคำนี้ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเท่าใดนัก แต่ผมเพิ่งค้นพบได้ไม่นานนี้เองว่าสามสิ่งนี้ล้วนเชื่อมโยงจนเป็นตัวผมทุกวันนี้ เป็นเหมือนพื้นฐานของตัวผม ซึ่งสำหรับแต่ละคนแล้ว อาจจะมีพื้นฐานของชีวิตไม่เหมือนกัน ต่างคน ก็ต่างกันไป

                ทำไมสามสิ่งนี้ถึงกลายมาเป็นพื้นฐานของตัวผมได้นั้น ไม่อาจทราบได้ เริ่มจากความทรงจำ ซึ่งทำให้ผมเป็นคนที่ยึดติดกับอดีต ผมไม่อาจลืมเรื่องราวสำคัญต่างๆได้ ทั้งเรื่องดี และเรื่องร้าย ถึงแม้ผมจะเป็นคนที่ความจำไม่ดีนัก เจอเพื่อนเก่าก็อาจถึงขั้นลืมหน้าลืมชื่อกันไปเลยก็ได้ แต่สำหรับเหตุการณ์ไหนที่ได้เลือกเก็บไว้ในความทรงจำแล้ว มันจะคงอยู่ไปตลอด ถ้าเมื่อใดที่มีความทรงจำดีๆเพิ่มเข้ามา สมดุลแห่งความทรงจำผมก็จะเอนไปทางด้านดีนั่นทำให้ดวงตาผมมองเห็นแต่ความสดใส เมื่อใดที่มีความทรงจำร้ายๆเข้ามา นั่นทำให้ตาชั่งแห่งความทรงจำของผมเอนไปทางด้านร้ายมากขึ้น ที่เก็บความทรงจำของผมเป็นเหมือนตาชั่งภายในจิตใจ เมื่อเอนไปทางด้านร้าย ตัวผมก็ยิ่งหม่นหมอง แต่ละวันดูจะเป็นวันที่เลวร้ายไปเสียหมด และที่สำคัญ ความทรงจำเหล่านั้นไม่อาจหายไปด้วย ผมจึงจำต้องรักษาสมดุลของตาชั่งความทรงจำให้อยู่ในระดับสมดุล หรือค่อนไปด้านดี แต่ก็ไม่เอนไปทางด้านใดด้านหนึ่งมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้แขนของตาชั่งนั้นหักพังทลายลงก็ได้ เมื่อนั้นสถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่าตาชั่งเอนไปทางร้ายเสียอีก ผมเคยทำตาชั่งพังครั้งหนึ่ง ซึ่งครานั้นผมแทบเป็นบ้า สมองไม่ทำงานรับรู้อะไรเลย ยังคงดีที่สติผมยังมีและใช้เวลาค่อยๆสร้างตาชั่งความทรงจำขึ้นใหม่ ตาชั่งนี้จึงอาจเป็นตัวแทนสภาพทางอารมณ์ของผมก็ได้ เมื่อใดตาชั่งพัง อารมณ์ผมก็ฟุ้งกระเจิง การรักษาระดับตาชั่งไว้ก็เหมือนการรักษาอารมณ์ให้สงนิ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน แต่กระนั้นการจะควบคุมความทรงจำก็ทำได้ยาก เพราะผมไม่อาจเลือกได้ว่าเรื่องใดที่จะจำ เรื่องใดที่จะลืม ความทรงจำของผมถูกควบคุมโดยพื้นฐานอีกตัวนั่นก็คือความรัก เมื่อใดก็ตามที่มีความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับความรักผ่านเข้ามาก็มักจะถูกจดจำโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ผมรักนั้นประกอบด้วย ธรรมชาติ ผู้คน ศิลปะ และ ความรัก ถ้าเมื่อใดที่มีเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับสี่อย่างนี้ ผมจะจดจำมันได้อย่างแม่นยำ ซึ่งความทรงจำเรื่องร้ายๆมักมาจาก ผู้คน ความรัก บางคราวก็ศิลปะ แต่สิ่งหนึ่งที่แทบไม่เคยให้ความทรงจำร้ายๆกับผมเลยคือ ธรรมชาติ หลายคนพูดว่า ธรรมชาติไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ซึ่งผมว่ามันจริงยิ่งนัก ผมมักเลือกธรรมชาติเป็นทางแก้ปัญหาทุกอย่างเสมอ เมื่อใดก็ตามที่ผมรู้สึกว่าตาชั่งความทรงจำเริ่มไปทางร้ายมาก ผมมักเลือกธรรมชาติในการเติมความทรงจำดีๆให้กับผม แน่นอน ธรรมชาติไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง ต่างกับความรักที่มักทำให้ผมผิดหวังเสมอ ไม่รู้ด้วยเหตุใด อาจด้วยนิสัย หน้าตา หรือว่าเงิน ทำให้ความรัก ไม่ค่อยเข้าข้างผมเท่าใดนัก แต่ผมก็ยังรัก ความรัก เพราะความรักไม่เคยหายไปจากความทรงจำของผม เมื่อรักใครแล้ว ผมจะรักตลอดไป อาจว่าหลายใจก็ได้ แต่ทุกคนที่ผมรักจะยังคงอยู่ตลอดกาล ไม่ใช่แค่รักหญิง รักชาย ทั้งเพื่อน ครอบครัว สัตว์ หรือสิ่งของรูปธรรม นามธรรมจับต้องไม่ได้ ผมก็รัก เพราะความรักไม่มีขอบเขตสำหรับผม อีกอย่างที่ผมรักคือผู้คน ผมรักการมองผู้คน สำรวจการใช้ชีวิตของผู้คน การเดินขวักไขว่ การกิน การเดิน การพูดคุย นั่นทำให้ผมชอบท่องเที่ยว ชอบออกไปมองผู้คน ดูการแต่งตัว ดูวิถีชีวิต แต่บางครั้งผู้คนก็ทำให้ผมรู้สึกแย่ คนดีมีอยู่เยอะ เช่นกันกับคนไม่ดี เพียงแต่คำว่าดีหรือไม่ดีของผมนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับศีลทางศาสนา จารีตประเพณี  หรือกฏหมาย แต่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของผม ผมรู้สึกดีกับคนไหน คนนั้นก็คือคนดีสำหรับผม ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรแบ่งกั้นความดีเลว มีเพียงมนุษย์เราเท่านั้นที่ลงไปตัดสินความดีเลว ผมก็เช่นกัน ผมจึงยึดถือความดีเลวโดยเอาตัวผมเป็นคนตัดสินเท่านั้น หาใช่หลักเกณฑ์ใดไม่ ความรักอย่างสุดท้ายของผมคือ ศิลปะ คำว่าศิลปะของผมคือทุกสิ่งที่มนุษย์สรรสร้างเพื่อต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง อะไรก็ตามที่มีแต่เนื้อ แต่ไม่มีสารภายในนั้น ผมไม่นับว่าเป็นศิลปะ อาจหาว่าผมติสท์แตก โรคจิตไปแล้วก็ได้ แต่ศิลปะของผมนิยามไว้อย่างนี้ ถึงแม้สารที่จะสื่อนั้นมันไร้สาระ หรือเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเพียงใด ถ้ามีสารซ่อนอยู่ภายในนั้น ผมก็นับว่าเป็นศิลปะ ทั้งเพลง รูปวาด ภาพถ่าย ภาพยนตร์ ละคร ปติมากรรม สถาปัตยกรรม ทุกๆอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้นก็ว่าได้ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าศิลปะทำให้ผมผิดหวังได้อย่างไร ส่วนมากนั้นเกิดจากความคาดหวัง คาดว่าจะได้เห็น ได้เสพสิ่งดีๆ แต่กลับแย่ เป็นธรรมดาสำหรับความรักที่เมื่อรักแล้วก็ต้องคาดหวัง แต่เมื่อหวังแล้วไม่ได้ดั่งหวัง ก็เสียใจกันไป บ้างอาจถึงขั้นเลิกรักไปเลยก็ว่าได้

                เรื่องราวความทรงจำ  ความรัก ที่เล่ามาซะยืดยาวก็จะมาถึงสิ่งสุดท้ายคือชีวิต ผมจึงไม่ขอพูดอะไรยืดยาวอีกแล้ว แค่อยากจบอกว่า ชีวิตผมนั้นถูกนำทางและหล่อเลี้ยงโดยความรักและความทรงจำ ตัวผมจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีชีวิต เมื่อมีความรักเป็นเป้าหมาย มีความทรงจำหล่อเลี้ยง ชีวิตผมจึงดำเนินไปได้ เมื่อใดก็ตามที่ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ชีวิตผมก็คงจบ ไม่ถึงกับหัวใจหยุดเต้น แต่ความมีชีวิตก็จักหายไป กลายเป็นก้อนเนื้อเดินได้เท่านั้นเอง

12月23日

untitled

     It's happens again

Everynight I fall

     It's come again

Everynight I try

 

     Come along come on

A water of soul

     Come on till dawn

A water still flow

 

     Eyes sight are blur

by layer of mood

     Eyes hide under mere

by lie I used

 

     You make me cry

Or I cry by my own

     You aren't be mine

Or I wasn't try to own

 

     Maybe it my fault

that I have to cry

     May be I should halt

that love say good bye

 

     Cry to me cry more

And let it all go

     Cry cry cry till bored

And remember this show

 

     Past is passing by

Don't shy to go on

     Past is just a lie

Don't die new day is born...


11月16日

ท่องราตรี

ท่องราตรี
I love the night
So I've to keep moving
to stay in the side
that the sun is blinding

เธอรู้มั้ย คืนนี้ เป็นคืนพิเศษสำหรับฉัน
ฉันจึงตั้งใจที่จะเก็บค่ำคืนนี้ไว้ให้นานที่สุด
เพราะคืนนี้ เป็นคืนที่เรารักกัน เราอยู่ด้วยกัน
และฉันจูบลาเธอที่หน้าประตูบานนั้น
แม้เธอจะจากไป แต่ร่องรอยและรสชาติริมฝีปากเธอ
ยังคงติดตรึงในใจฉัน
ตราบที่ค่ำคืนยังไม่สิ้นสุด
ฉันมั่นใจว่ามันจะไม่หายไป ไม่จากไปไหน
ฉันจึงตั้งต้นออกเดินทางไป
เพื่อรักษาตำแหน่งดวงสุริยันให้อยู่ ณ อีกซีกโลกเสมอ
ฉันท่องราตรี ผ่านที่ต่างๆนานับ
พบเจอผู้คนมากมายหลายร้อย
พบหญิงสาวมากมาย
แต่ก็มิมีผู้ใดงดงามเท่าเธอ
ค่ำคืนเนิ่นนาน ที่ฉันเดินทางไป ไร้ซึ่งจุดหมาย
กาลเวลาของฉันหยุดนิ่งไปนาน 24 ชั่วโมงแล้ว
และฉันก็วกกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
ณ ประตูหน้าบ้านเธอ ฉันกดกริ่งเรียก
เสียงกริ่งดังกังวาล ใจฉันสั่นสะท้าน
เฝ้าคอยเธอ เปิดบานประตูแห่งหัวใจออกมาเจอ
แต่ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับ
ฉันเศร้าหมองและกลัวจับใจว่าจะไม่ได้พบเจอเธออีก
จึงเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
เพื่อมิให้รอยจูบเธอจางไป
ทุกๆ 24 ชั่วโมง ฉันจะเดินมาถึง ณ บ้านเธอ
กดกริ่งเรียก แต่ไม่มีใครตอบ
และเริ่มออกเดินทางอีกจาก 24 ชั่วโมง
กลายเป็น 48 72 96 120 144 ...(ฉันท่องสูตรคูณแม่ 12 ได้แค่นี้อ่ะ)
จนเวลาผ่านไป 360 ชั่วโมง
ฉันเหนื่อยและอ่อนล้า
กดกริ่งเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ
ปล่อยเวลาให้เลยผ่านไป ฉันนั่งพัก หน้าบ้านเธอ
ร่องรอยสัมผัส และรสชาติริมฝีปากเธอค่อยๆจางหายไป
ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว
ดวงอาทิตย์ที่ฉันลืมมันไปนาน
แสงแรกที่ส่องมาอาบร่างฉัน
แสงสาดส่องมายังริมฝีปากฉัน เหมือนจงใจจะแผดเผาร่องรอยที่เคยประทับให้ละลายหายไป
และมันก็เป็นเช่นนั้น
ความทรงจำคืนก่อนค่อยๆหลุดออก
ไม่สามารถประกอบเป็นรูปร่างได้
ฉันอยากลุกออกวิ่งกลับไปยังซีกโลกที่มืดมิดอีกครั้ง
แต่ก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงให้ทำเช่นนั้นได้อีก
ได้แต่นั่งรอ ให้ทุกอย่างจางหาย

แล้วทันใด บานประตูด้านหลังก็เปิดออก
เธอก้าวออกมา และประหลาดใจ
เธอมิได้ประหลาดใจที่เห็นฉัน
แต่ประหลาดใจที่ฉันไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย
ตลอด 360 ชั่วโมงที่ไม่เจอเธอ
เธอเปลี่ยนไปมาก
ส่วนฉันยังคงหยุดนิ่งอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม
และในวันนี้ ฉันพบแล้วว่า เราต่างกันมาก
เธอว่าเราต่างกันเกินไป และไม่รักฉันดังเช่นเก่าอีกแล้ว
สำหรับเธอ ภาพฉันเป็นเพียงความทรงจำ
เหมือนภาพถ่ายในใจเธอ
หยุดนิ่ง และสวยงาม สื่อความหมายมากมาย
หากแต่เป็นเพียงภาพถ่ายทั่วไป ไม่มีชีวิต
และฉันก็ตระหนักเช่นนั้น
เมื่อตัวฉันเริ่มออกเดิน
ชีวิตฉันก็เริ่มหยุดเดิน
ฉันเลือกที่จะอยู่กับอดีต
ในขณะที่เธอก้าวไปข้างหน้า
เมื่อเราเจอกัน
ฉันจึงไม่อาจตามเธอทัน
ไม่อาจเข้าใจเธอได้อีกแล้ว

แต่ใครว่าหละ ฉันบอกเธอ
"โปรดรอฉัน"
แล้วฉํนก็ออกเดินทางอีกครั้ง
แต่ในคราวนี้ ฉันเดินไปในทิศตรงข้าม
สวนทางกับการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์
เพื่อเร่งคืนและวัน
เพื่อฉันจะได้ตามเธอทัน

11月2日

ทะเล

ทะเล

ท้องฟ้าสีแดงฉาน สุริยันเคลื่อนคล้อยอยู่ ณ ปลายขอบฟ้า แน่นิ่งและเนิ่นนานประหนึ่งกาลเวลาหยุดนิ่ง แต่เกลียวคลื่นยังคงซัดสาดเข้าฝั่งเป็นจังหวะดั่งดนตรีธรรมชาติ บรรยากาศงดงามยากจะลืมเลือน กลุ่มเมฆก่อตัวเป็นรูปทรงแปลกเกินจินตนาการอันต่ำต้อยของผมจะมองออก สายตาจับต้องไปยังหญิงสาวผู้หนึ่ง นั่งอยู่กลางหาดทราย ข้างกายเธอมีชายผู้หนึ่งนั่งอยู่ แต่ชายผู้นั้นมิใช่ตัวผม ไม่มีใครรู้จักชายหญิงคู่นี้ ทั้งสองแปลกถิ่น เป็นเพียงผู้มาเยือน คงมาท่องเที่ยวตามประสาวัยรุ่น แต่ระหว่างทั้งสอง ผมสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์แปลกแปร่ง ยากจะอธิบาย แม้ร่างหญิงสาวจะดูสมส่วนงดงาม แต่ก็ดูมีบางอย่างเว้าแหว่ง ไม่ใช่ที่ร่างกาย แต่ที่จิตใจ หลายคนอาจสงสัย ว่าผมรู้ได้ยังไงในเมื่อเพิ่งพบเธอเป็นครั้งแรกเท่านั้น  ผมก็ไม่อาจตอบได้ว่าเพราะเหตุใด แต่ผมรู้เพียงว่า ตัวเองก็เว้าแหว่งดังเช่นสาวน้อยคนนั้นเช่นกัน เพราะเหตุนี้กระมังผมถึงมองออก ผู้คนเว้าแหว่งด้วยกันเองจะรับรู้ถึงความเว้าแหว่งของอีกคน

ผมจ้องมองไปยังชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่นั้น นั่งเรียงเคียงคู่กัน แน่นิ่งไม่ไหวติง พวกเขาคงกำลังซึมซับบรรยากาศรอบๆ บรรยากาศงดงาม สักพัก ชายหนุ่มหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันเป็นวงลอยละล่องไปในอากาศ เขายื่นบุหรี่ตัวเดียวกันให้หญิงสาว เธอสูดอึกใหญ่ พ่นควันเป็นสายพรั่งพรู รอบตัวทั้งสองปกคลุมไปด้วยควันอยู่ครู่หนึ่ง พอลมพัดผ่านควันเหล่านั้นก็จางหายไป เหตุใดผมจึงสนใจในคนทั้งสองนั้น ไม่อาจตอบได้ จริงๆจะกล่าวว่าคนทั้งสองนั้นก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะผมสนใจเพียงหญิงสาวผู้นั้น ฝ่ายชายจะเป็นห่ะอะไรนั้น ผมไม่เคยสนใจอยู่แล้ว เหตุเพราะผมไม่ได้นิยมชมชอบผู้ชาย แต่ถึงผมจะเว้าวอนถึงหญิงสาวเพียงใดก็มิอาจกลายร่างเป็นชายหนุ่มเพื่อไปนั่งเคียงข้างเธอได้ ได้แต่เฝ้ามองจ้องแผ่นหลังของทั้งสอง ทิวทัศน์โดยรอบไม่ได้เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ ดวงอาทิตย์หยุดนึ่ง ครึ่งดวงอยู่เหนือผิวน้ำ อีกครึ่งจมอยู่ภายใต้น้ำ เมื่อบุหรี่หมดมวน ไม่มีการเคลื่อนไหวระหว่างทั้งสอง ทุกอย่างแน่นิ่งดังเดิม ผมสัมผัสได้ถึงความคิดของหญิงสาว อย่างน้อยผมก็คิดเช่นนั้น หญิงสาวกำลังซึมซับบรรยากาศโดยรอบอยู่ ก้อนอารมณ์ทั้งหลายลอยละล่องอยู่รอบตัว เหงา เศร้า รัก โลภ ราคะ โกรธ เกลียด ริษยา อารมณ์ต่างๆล่องลอย ผสมปนเปกันไปหมดในอากาศ อาจเป็นเพราะภายนอกที่ดึงเอาอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ออกมา หรือเป็นตัวเธอเองที่ระบายความรู้สึกออกมา ผมไม่อาจมั่นใจได้ แต่ผมก็รับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้น ชายหนุ่มข้างกายเธอคงไม่ได้รู้สึกอะไรไปด้วยเลย ผมยอมรับว่าผมอาจคิดด้วยอคติ ด้วยอารมณ์ริษยา แต่ผมก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนความคิดไปจากนี้ ชายหนุ่มนิ่งและเฉยชาต่อสิ่งรอบข้าง ไม่มีความคิดใดๆในหัว จ้องมองและเหม่อลอยอยู่อย่างนั้น

ผมไม่อาจมั่นใจได้ว่า อนาคตข้างหน้าทั้งสองจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็คิดเพียงแต่ว่า ทั้งสองคงสัมพันธ์เชื่อมโยงกันด้วยสายใยแห่งคำว่าเพื่อน ถึงแม้จะดูใกล้ชิดกันจนคนภายนอกมองและอาจคิดเลยไปไกลกว่านั้น แต่ผมก็เชื่อว่าคงไม่มีอะไรเกินเลย ผมปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปโดยไม่ทันได้สังเกตุ หญิงสาวเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายหนุ่ม ดวงอาทิตย์คล้อยลับฟ้าไปแล้ว สาวเจ้าหันหน้าหาชายหนุ่ม แต่หนุ่มน้อยไม่ได้สังเกตุและรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวข้างๆ หญิงสาวเคลื่อนใบหน้าเข้าหาชายหนุ่มมากขึ้นและมากขึ้น จนแทบจะชิดกัน ชายหนุ่มเริ่มรับรู้ถึงลมหายใจรดรินใบหน้าด้านข้างของเขา จึงค่อยๆหันมา เชื่องช้า เมื่อใบหน้าต้องตรงกัน หญิงสาวเคลื่อนหน้าเข้าหา บรรจงจุมพิตบางเบา จุมพิตที่ไร้ความหมายใดแอบแฝง จุมพิตที่มิได้หวังผลให้มีการกระทำใดรุกคืบต่อไป เป็นเพียงจุมพิตที่ต้องการประทับรอยจำไว้ในใจเธอถึงช่วงเวลาพิเศษ ณ ที่แห่งนี้ ถึงจะรู้อย่างนั้นก็ตาม รู้ว่าเขาไม่ได้มีความหมายใดต่อเธอ เป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมา แต่ผมก็อดทรมานไม่ได้ ทรมานจากความร้อนภายในใจ ความอึดอัดยากที่จะระบาย เพราะผมรู้ดี ไม่มีจุมพิตใดเลยที่ปราศจากอันตราย ถึงแม้จะเป็นเพียงจุมพิตไร้ความหมายเช่นนี้ก็ตาม

ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมเธอถึงต้องเลือกชายหนุ่มผู้นั้น มีผู้ชายอีกนับร้อย ถ้าหากเธอต้องการที่จะประทับความทรงจำกับภาพที่เธอเห็น ทำไมต้องเลือกใช้จุมพิตนี้เป็นเครื่องบันทึก เทคโนโลยีถ่ายภาพที่ล้ำยุคล้ำสมัยเหล่านั้นหายไปไหน หากเธอไม่มีกล้องถ่ายรูปแล้ว มีวิธีอื่นอีกไหมที่จะบันทึกภาพเหล่านี้ ผมเชื่อแน่ว่ามี แล้วเหตุใดเล่า เธอจึงต้องใช้จุมพิต ความคิดสับสนวุ่นยวายในหัว ไม่อาจสลัดหลุดออกไปได้ ภาพเบื้องหน้ายังคงดำเนินต่อไป หญิงสาวถอนหน้าออกมา หันหน้ากลับไปยังทะเลเบื้องหน้า ชายหนุ่มมึนงงมีคำถามมากมาย แต่เขาก็กลืนคำถามเหล่านั้นลงคอไป เลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้ กลับไปมองยังภาพผืนน้ำเบื้องหน้าแทน แสร้งทำเป็นว่ามิมีสิ่งใดเกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง ดูเหมือนชายหนุ่มจะเริ่มเห็นและสัมผัสได้ถึงความงามเบื้องหน้า จมดิ่งไปในภวังค์ ไม่มีความเคลื่อนไหว หญิงสาวลุกขึ้นยืน ปัดเม็ดทรายที่ติดตามตัว หันหลังออกเดินห่างจากชายหนุ่ม มายังทิศทางที่ผมมองอยู่ เธอค่อยๆเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าเธอ งดงาม ท่าเดิน สละสลวย ทุกย่างก้าวติดตราตรึงใจผม แล้วเธอก็เดินผ่านผมไป เช่นดังผมไม่มีตัวตนอยู่ ณ ที่นั้น ไม่มีแม้เศษเสียวของการสังเกตุเห็นว่าผมยังคงอยู่ หรือจริงๆแล้ว ตัวผมอาจไม่ได้อยู่ที่นั่น วิญญาณจิตใจอาจอยู่ แต่มิได้พาร่างกายติดตามไป ภาพเบื้องหน้าเหลือเพียงชายหนุ่ม เขาค่อยๆนอนลง ท้องฟ้าเปลี่ยนจากแดงไปดำ แสงที่เคยมีค่อยๆจางหายไป ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท ผมมิอาจมองเห็นร่างชายหนุ่มได้อีก มีเพียงเสียงคลื่นซัดฝั่งกับเสียงเท้าก้าวเดินของเธอที่ยังดังอยู่ในใจผม


ผมเลือกที่จะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะบันทึกภาพที่ผมเห็นเอาไว้ตลอดไป เช่นเดียวกับที่เธอ หญิงสาวงดงาม เลือกที่จะใช้จุมพิตครั้งนั้น แทนการบันทึก แต่ภาพที่ผมบันทึกไว้ อาจแตกต่างจากภาพของเธอ เพราะภาพที่ผมเห็น เป็นเพียงจินตนาการเพ้อฝัน จากการบอกเล่า เท่านั้น แต่กระนั้น ผมก็ยังเลือกที่จะจดจำมัน ถึงแม้ทั้งหมดจะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงก็ตาม เป็นเพียงเรื่องแต่ง เพราะถึงจะเป็นเรื่องราวปรุงแต่งต่างจากความจริงสักแค่ไหน แต่ความรู้สึกของผมนั้น ผมมั่นใจว่ามัน "มีจริง"






10月2日

ศิลปะ ควัน ความตาย

ศิลปะ ควัน ความตาย

                ดวงจันทร์สีเทาอมดำ ด้วยควันฉุยจากปากพ่นสู่ฟ้า

                ผู้คนเดินพล่าน หยุดนิ่งพลางมอง   

                เสียงดนตรีทะเลาะกัน ด้านหลังแว่วเสียงบรรเลงเพลงเมายา ด้านหน้าดนตรีเต้นกระตุกหัวใจให้ส่ายไหวไปตามจังหวะกลาง

                ยืนนิ่ง ห่อปากโรยควัน พ่นไปหวังให้เป็นวงสวย แต่ก็ได้แค่กลุ่มควันก้อนใหญ่ ลอยล่องบดบังแสงจันทร์สาดส่องค่ำคืนอันสับสนวุ่นวายของเมืองกรุง

                กระถางดับควันอยู่ข้างๆ เต็มไปด้วยก้นกรองเน่าเหม็นจากปากสัตว์นับสิบตัวปักไว้เป็นอนุสรณ์สถานว่าครั้งหนึ่ง เคยได้พ่นพิษ เติมอากาศให้มีสีสันสวยงาม

                ใจเต้นกระตุก ปวดเจ็บในหน้าออกขวาคล้ายเข็มแหลมทิ่มแทงอยู่ภายใน ไม่มีสาเหตุ ไม่มีเหตุผล เป็นอย่างนี้มานาน และคงจะเป็นไปจนวันตาย ความเจ็บทุรนทุรายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้รู้ว่านี่หาใช่ความฝันไม่

                ชายด้านข้างมาจากไหนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อยู่ๆก็ถลำกายเข้ามาใกล้ราวกับรู้จักกันมาก่อน ถามหาดวงไฟจากผม ผมหยิบยื่นความตายให้ เขาบรรจงจุดมันพร้อมสูดอากาศอึกใหญ่ ใหญ่มาก ใหญ่สุดๆ ใหญ่เหี้ยๆ ดูดเสร็จแล้วกลืนลงไป ไม่มีสิ่งใดออกมาจากปากเลย ผมมองอย่างสงสัย รุ่นใหม่ ดูดทีเดียวทิ้ง เขาบอกมา จากนั้นก็เดินไป ทิ้งอนุสรณ์ไว้ในกระถางเหมือนคนอื่นๆ

                การดูดท่ไร้ศิลปะ ไม่มีควันโรยออกมาไม่มีการแต่งแต้มสีให้อากาศ เป็นการดูดที่ใสบริสุทธิ์ เหมือนผ้าใบศิลปะ ไม่ได้แต้มสีอันใดแล้วนำไปวางไว้กลางหอศิลป์ ให้นักวิจารณ์ออกมามองดู แล้วคิดไปกันต่างๆนานา นี่คือความขาวใส เป็นผลงานชั้นเยี่ยม แสดงถึงจุดเริ่มต้นของงานศิลปะทั้งมวล เยี่ยมยอดมาก

                แต่ถึงยังไงมันก็เป็นแค่ผ้าใบสีขาว ไม่มีอะไรเลยในตัวมัน เหมือนที่ชายคนนั้นทำ ดูดควันโดยไม่มีควัน แล้วจะดูดทำไม!!!

                ยังไม่ทันไร ชายคนนั้นเดินไป ก็มีคนใหม่เข้ามาด้อมๆมองๆในกระถางด้านข้าง แล้วเก็บอนุสาวรีย์ควันใส่กล่องที่ถือมา หนึ่งอัน สองอัน สามอัน สี่อัน และอันที่ห้า เป็นรุ่นดูดทีเดียวทิ้งของชายก่อนหน้า

                ชายคนนี้ ดูแล้วอายุคงประมาณลุงๆแล้ว หน้าตาดูไม่ได้เลย ตัวดำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่งตัวสกปรก โดยรวมแล้วถือว่าแย่ เรียกได้ว่าเป็นครึ่งคน ครั่งขยะอย่างแท้จริง

                ลุง จะเอามันไปทำไมหละ

                ไอห่า พวกนี้มันยังดูดได้อีก ลุงก็เอาไปดูดต่อซิ ว่าแต่มึงอ่ะ มีไฟมั้ย

                ผมยื่นความตายให้ลุงอีกคน อะไรกันวันนี้ มีแต่คนมาขอ บริษัทผลิตดวงไฟปิดกิจการไปหมดแล้วรึไงนะ น่ารำคาญชะมัด

                ลุงไม่กลัวตายเหรอ มาดูดต่อจากคนอื่นเนี่ย เค้าเป็นโรคอะไรมาก็ไม่รู้

                แล้วมึงดูดบุหรี่เนี่ย ไม่กลัวตายเหรอ ติดโรคก็ตาย ดูดบุหรี่ก็ตาย มันก็ตายเหมือนกัน แล้วจะกลัวทำไม อีกยอ่าง กูอยู่อีกไม่นานก็คงตายแล้วด้วย ข้าวก็ไม่มีกิน หิวชิบหาย

                ตาย เออเนอะ ดูดนี่แม่งก็ตายเหมือนกัน กลัวทำไม

                อ่าวเห้ย ทำไมตัวนี้มันดูดไม่ได้วะ…”

                อ่อ นั่นมันรุ่นใหม่ ดูดทีเดียวทิ้ง หน่ะ

                ว่ะ รุ่นใหม่บ้าบออะไร ประสาทชิบหาย ดูดทีเดียวมันจะไปได้รมณ์ไรวะ ต้องค่อยๆดูด ดูดหลายที เหมือนมึงเอาผู้หญิงเนี่ย มึงต้องค่อยๆทำ นาทีเดียวเสร็จเนี่ย แม่งโง่ ค่อยๆเอา เล้าโลมลามเลียไปเรื่อยๆ มันถึงจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบ เป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยม

                ถูกว่ะลุง พูดได้ถูกใจ ลุงกับผมเนี่ย คอเดียวกันเลย

                ใช่มั้ยหละ

                เผลอไม่นาน ควันก็ละลายถึงก้นกรองแล้ว ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดี ต้องเดินทางต่อเสียที เล่าความแลกเปลี่ยนกับลุงนี่ก็ดีเหมือนกัน ลุงช่างมีความคิดน่าสนใจ

                อ่ะลุง ผมให้ เอาไปหมดเลย

                มึงไม่เอาแล้วเหรอ ยังเหลือเกินครึ่งกล่องเลย

                ไม่หละ ลุงทำให้ผมคิดได้ .... แทนที่จะสร้างศิลปะ ผมเปลี่ยนมาเป็นผู้เสพมันดีกว่า

                ยังไงว่ะ....

                ลุงช่างพูดได้ถูกคือเหลือเกิน แต่เสียดายลุงคงตายก่อนผม ผมยกความตายพร้อมควันทั้งกล่องให้ลุงไปแล้ว อีกไม่นานลุงก็คงจากไปแล้ว ผมยังไม่ค่อยอยากตายเท่าไหร่ ขออยู่ต่อดูคนอื่นเสพความตายท่าจะดีกว่า

                หวังว่าชาติหน้าลุงเกิดมาคงได้เป็นศิลปิน แล้วผมจะอยู่คอยดูผลงานลุง....

 

9月23日

เรื่องเล่าในกลุ่มควัน

เรื่องเล่าในกลุ่มควัน

                อ้ากกกกกกกกกกกกกก ไม่น่ะ อย่า อย่า อย่า ........... อย่าดูดตูดกูน้า

                เหี้ย มึงทำงี้ได้ไงเนี่ย กูเป็นผู้ชายนะ มึงก็ผู้ชาย เสือกมาดูดตัวกูอีก แถมมีเอาลิ้นมาดันๆดุนๆด้วย ไอเหี้ยเกย์ ไปตายไป สาดดดดดดดดดด แค่มึงมาจับๆตูดกู กูก็เสียวแย่แล้วเหี้ย นี่ยังเลียๆดูดๆอีกสาดดดดดดด หยุดเลยนะ มึงปล่อยเด๋วนี้เลย ปล่อยกูปายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

                ไอเหี้ยยยยย เอาแล้วไง ดูดตูดกูไม่พอ ซาดิสสสสส สัดแล้ว มึงชอบเล่นกะไฟเหรอวะ สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่น่ะ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ เผาตรง ตรงนั้นมันหัว...กูแล้วนะ ไอเชี่ยยยยย ร้อนนนนนน ร้อน ร้อนโว้ยยย ร้อนนนนนน สาดดดดดดด มึงงงงง กูจะฟ้องพ่อมึง แม่มึง ย่ามึง ปู่มึง กูจะฟ้องให้หมดเลย ไอเหี้ยโรคจิต วิปริต ผิดเพศ ผิดมนุษย์ สถุล ควายยย Fucking สาด

                โอ้ววว อ้า โอ้ววววว อ้า กูยอมแล้วววววๆ เสียวจะแย่แล้ว เลิกเลียตูดกูสักที กูยอมแล้ว มึงจะทำอะไรก็ทำ รีบๆทำให้เสร็จเลยยยยนะ ตรงนี้แม่งก็อากาศไม่ค่อยดีอยู่แล้ว กูจะบ้าตายยยย มึงทำๆกูเลย ทำให้เสดแล้วก็ปล่อยกูไปสักที กูทนไม่ไหวแล้วนะ แค่นี้กูก็อับอายจะแย่แล้ววว

                .

                .

                .

                .

                เห้ยยยย เห้ยๆๆ กูฝันไปรึเปล่าเนี่ย มึงปล่อยกูไปแล้ว นี่มึงพากูมาเนี่ย เพื่อแค่มาเลียตูดกู ดูดตูดกู เผาหัวกูนิดหน่อย แล้วก็ปล่อยไปเนี่ยนะ มึงนะมึง ของกูก็ของกูนะเว่ย ถ้ามึงอยากได้ก็ติดต่อขอซื้อบริการดิวะ ไม่ใช่แค่มาเลียมาดูดฟรีๆแล้วก็ทิ้งกูไปอย่างงี้ ไอเหี้ย ขอให้ชาติหน้ามึงเกิดมาเป็นอย่างกูนะ แล้วมึงจะรู้สึก ไอสัดนรก ไอชั่ว ไอเลว นั่นไงๆ แม่งทิ้งกูไปแล้วไปดูดปากคนอื่นต่ออีก สาดดดดด ไอเหี้ยแรดนั่นจะรู้มั้ยนะว่ามันเอาปากมาดูดตูดกูก่อนแล้วค่อยไปดูดปากมัน แหวะ โสโครกกันชิบหาย นี่กูไม่ได้ล้างตูดมาหลายวันแล้วนะเนี่ย ไอแรดนั่นแม่งคงเหม็นตายห่าไปก่อนแล้ว ไอผู้ชายนี่ก็เลว สรุปแม่งชอบแบบไหนกันแน่วะ เด๋วก็ดูดตูดกู เผลอแปปเดียวแม่งก็ไปจับตูดสาวซะแล้ว อีห่า บัดซบ ทำกูแล้วทิ้ง ถุยยยยยย!!!”

               

 

 

                เห้ยๆ นั่นมึงจะทำอะไรหนะ ไม่นะ ไอเหี้ย มึงปล่อยก็ไปแล้วไม่ใช่เหรอ มึงจะมาเหยียบกูทำไม สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด มึงทิ้งกูลงพื้น แล้วมึงก็เหยียบซ้ำเนี่ยนะ อย่านะ อย่านะ ไม่นะ อีเหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มึงเหยียบหัวกู สาด เจ็บโว้ยยยย เจ็บๆๆๆๆๆๆ เจ็บ ปล่อย ไอเหี้ยยย เสือกขยี้หัวกูอีก แค่เหยียบเฉยๆกูก็ไม่รอดแล้วสาดดดดดดดดดด เหี้ยยยย ปล่อยกู ปล่อยกู สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด 

9月14日

คนสวย

คนสวย

       ค่ำคืนมืดมิดติดบุหรี่พี้แม่งทั้งวันกระสันทั้งคืนหยุดยืนมองสาวหาวสองสามทีไม่มีอะไรทำอยากเมาหยำเปเที่ยวเตร่ทั้งวันดิ้นมันส์ทั้งคืนรวยรื่นชื่นสุขแต่ต้องทนทุกข์เพราะอยู่ในยุคหมดเงินเดินเหินเที่ยวเล่น enjoy night life ไม่ได้อย่างใจเพราะไร้เงินคุ้มหัว

       ได้แต่ยืนนิ่งพิงกำแพงเอนมองคนควงสองเดินไปมาทุกผู้เฮฮาเหล้ายามีกินเรานี่หมดสิ้นทั้งตัวและหัวใจ

       ไอเชี่ยใครวะสวยซะบาดใจต้องไอสองสามทีเหตุที่มองเพลินไปไอ้บุหรี่คู่ใจคาบไว้ไหลลงคอพอไอได้ที่ต้องรี่เดินตามสาวงามนางนั้นอยากหันแลมองลองเห็นแค่แผ่นหลังก็สวยจนหวั่นไหวเห็นหน้าจะขนาดไหนคงไหลละลาย

       โอ้นวลละอองน้องจะเดินไปไหนทำไมรีบฉับไวพี่นั้นไซร่จะไม่ทันควันบุหรี่ยังเมาทำเราเดินโซเซมองเธอเอียงกะเท่เล่ Oh lady you still be shine อยากเห็นเธอตอนอายอยากใจวายเพราะรักเธออยากละเมอคิดถึงเธอได้แต่เพ้ออยู่ในใจ รีบไปอยากเห็นหน้า ตาเธอจะสวยไหมปากหวานบาดใจพริ้วไหวสู่สายลมรสขมปนหวานละลานตาปานไฉนท่องเธอไว้ขึ้นใจฝังไว้ในความทรงจำ

       เดินตามไม่ทันอันเธอเดินไวทิ้งฉันไว้เบื้องหลังพลังหดหายยิ่งเธอไปไกลแรงไหลหมดลงปลงใจไม่ตามปล่อยความฝันไปดำรงไว้เพียงความทรงจำอย่างน้อยเคยรักแม้ไม่รู้จักไม่ได้ตักตวงความสัมพันธ์เป็นเพียงฝันในคืนเมายานำพาเรามาพบกันแม้เธอไม่เห็นฉันแต่วันนั้นเราพบกันคนนั้นมีหมื่นล้านได้เจอเธอคือหนึ่งในพันล้านเป็นปาฏิหารย์ของความรักที่จักจดจำ

       จุดยาเส้นอีกมวนม้วนยาด้วยสองมือลามเลียอย่างฝึกปรือรื้อค้นหาควันไฟจุดไว้บนปลายยาพาโลกล่องลอยสอยดาวล้านดวงร้อยเป็นพวงมาลัยเก็บไว้ให้เธอเมื่อไหร่ได้เจอจะขอเธอเป็นแฟน Can I be you boyfriend?

       ดูดได้ไม่กี่อึกต้องสะอึกเพราะคนสวยรวยเสน่ห์ปานไฉนใครวะอยากรู้ใจรีบไล่เดินตาม 

9月9日

Centimetre

I’m on the earth.

You’re on the moon.

We’re so far, so damn hurt.

Every purse I wish to see you soon.

 

You know tomorrow they said.

That the moon might come closer.

Even it just a centimetre.

But my dear, we’re nearer.

 

Just 1 cm can make me cry.

If I could fly.

To look into your eye.

I’ll be happy… till die. 

8月16日

Pin Head

In the land of the dead

There’s a man call “Pin Head”

Cuz a full of needle on his face

And have a pin as his hair

 

One day he fell in love

With a normal human girl

She sparking his nerve

So he give her a special pearl

 

She so surprise!!!

Not by his prize

But by his unnice-

Face that look frightful

 

He’s so sad and so try

Why his face isn’t be like another guys?

He cry very much like he going to die

So a girl sympathize and left her pride

 

She accept his love and give him a kiss

They face come closer and then hit

A pin on his face dive in her tit

Her blood bleed for thousand litre…..till she die!!!

 

 

 
第 1 张,共 11 张